หลัักการของการประเมินภาวะการเจริญเติบโต

โดย น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
ที่มา : http://hpe4.anamai.moph.go.th/Surveillance/growth.php

ดาวน์โหลดโปรแกรม Version Excel ที่นี่

     โปรแกรมเขียนขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่อยากจะทำการประเมินภาวะการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 0-18 ปี ว่ามีการเจริญเติบโตเป็นอย่างไร โดยการประเมินภาวะการเจริญเติบโตนั้นจะพิจารณาจากตัวแปร ของ น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ จำแนกตามเพศชายและหญิง โดยมีดัชนีที่ใช้ประเมินภาวะการเจริญเติบมี 3 ดัชนี ดังนี้

        1. น้ำหนักเทียบกับอายุ หรือที่เรียกว่า Weigh By Age ในหลักการคือ นำน้ำหนักที่ชั่งได้ ไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่อายุดังกล่าวค่ามาตรฐานของน้ำหนักเท่ากับเท่าไร แล้วแบ่งน้ำหนักเป็น 5 ระดับ ดังนี้

    • น้ำหนักอยู่ในช่วงค่่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า น้ำหนักตามเกณฑ์
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างน้อย
    • น้ำหนักอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่าน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างมาก
    • น้ำหนักอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถือว่าน้ำหนักเกินเกณฑ์

        2. ส่วนสูงเทียบกัยอายุ หรือที่เรียกว่า Height By Age ในหลักการคือ นำส่วนสูงที่วัดได้ ไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่อายุดังกล่าวค่ามาตรฐานของส่วนสูงเท่ากับเท่าไร แล้วแบ่งความสูงเป็น 5 ระดับดังนี้

    • ส่วนสูงอยู่ในช่วงค่่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า ส่วนสูงตามเกณฑ์
    • ส่วนสูงอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่า ค่อนข้างเตี้ย
    • ส่วนสูงอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่าเตี้ย
    • ส่วนสูงอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่าน้ำหนักค่อนข้างสูง
    • ส่วนสูงอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถือว่าสูง

        3. น้ำหนักเทียบกับส่วนสูง หรือที่เรียกว่า Weight by Heigh ในหลักการคือนำน้ำหนักไปเทียบกับส่วนสูง แล้วไปเทียบกับตารางมาตรฐานว่า ที่ึส่วนสูงดังกล่าว ค่ามาตรฐานของส่วนสูงเท่ากับเท่าไร แล้วแบ่งออกเป็น 6 ระดับ คือ ถ้าน้ำหนักอยู่ในช่วงค่ามัธยฐาน +/- 1.5 SD ถือว่า สมส่วน (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)

    • น้ำหนักอยู่ในช่วง น้อยกว่า มัธยฐาน - 1.5 SD ถึง - 2 SD ถือว่าค่อนข้างผอม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักอยู่ น้อยกว่า มัธยฐาน - 2 SD ถือว่า ผอม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักอยู่ในช่วง มากกว่า มัธยฐาน + 1.5 SD ถึง 2 SD ถือว่า ค่อนข้างท้วม
    • น้ำหนักอยู่ในมากกว่า มัธยฐาน + 2 SD ถึง 3 SD ถือว่าท้วม (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
    • น้ำหนักมากกว่า มัธยฐาน + 3 SD ถือว่า อ้วน (เมื่อเทียบกับส่วนสูง)
     ความหมายของแต่ละดัชนี
        เหตุที่ต้องมี 3 ดัชนี เนื่องจากในการประเมินภาวะการเจริญเติบโตต้องดูทั้ง 3 ดัชนี ประกอบกัน ดูตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้ ก่อนที่จะอธิบายถึงการดูทั้ง 3 ตัว ประกอบกัน จะอธิบายแยกความหมายของแต่ละดัชนีโดยจะอธิบายในแง่ของภาวะการเจริญเติบโตที่ต่ำ เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจดังนี้

           1. น้ำหนักเมื่อเทียบกับอายุ (Weight by height) ดัชนีบ่งบอกปัญหาของการเจริญเติบโตในขณะปัจจุบัน (Acute) โดยเมื่อได้รับสารอาหารไม่เพียงพอในช่วงเวลาสั้น ๆ จะกระทบน้ำหนักก่อน โดยส่วนสูงไม่กระทบ เมื่อได้อาหารไม่พอ น้ำหนักก็จะไม่ขึ้น ทำให้น้ำหนักเมื่อเทียบกับน้ำหนักมาตรฐานอายุจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ซึ่งจะต่ำมากน้อยขึ้นกับปริมาณของการขาดสารอาหาร ถ้าอยู่ในระดับมากก็อาจจะถึงระดับต่ำกว่าเกณฑ์ได้ สรุปค่านี้บอกปัจจุบันไปถึงอดีตอันใกล้เท่านั้น (Acute)

           2. ส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุ (Height by Age) ดัชนีบ่งบอกถึงการขาดอาหารเป็นเวลายาวนาน จนกระทบการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นช้า ภาวะนี้จะเกิดตามหลังจากที่น้ำหนักไม่เพิ่มเป็นเวลานาน กล่าวโดยสรุป ส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุ เป็นตัวบ่งบอกอดีตที่ยาวนาน จึงเป็นตัวบ่งบอกความเรื้อรัง (Chronic)

           3. น้ำหนักเมื่อเทียบกับส่วนสูง (Weight by Height) เป็นดัชนีที่บอกเพียงว่า น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงแล้วอยู่ในเกณฑ์สมส่วน อ้วน หรือผอม เท่านั้น เป็นดัชนีที่ไม่ควรใช้เดี่ยว ๆ ต้องใช้ควบคู่กับดัชนีส่วนสูงเมื่อเทียบกับอายุ

        เหตุผลของการไม่สามารถใช้ดัชนีนี้ตัวเดียว อธิบายได้ดังนี้

      • Case ที่ 1 เด็กขาดสารอาหาร ในช่วงแรกทำให้น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ แต่ยังไม่กระทบความสูง ส่วนสูงเทียบกับอายุจึงอยู่ในระดับส่วนสูงตามเกณฑ์ น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงจึงอยู่ในเกณฑ์ผอม ต่อมาเด็กคนนี้ก็ยังขาดอาหารต่อเนื่อง จนกระทบต่อการเจริญเติบโตของกระดูก คือ ส่วนสูงก็ไม่ขึ้นด้วย ส่งผลให้ทั้งน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ถ้าน้ำหนักและส่วนส่วนลดต่ำได้สัดส่วนกัน ก็สามารถทำให้น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงสมส่วนได้ กลุ่มนี้เรียกว่า Stunt ถ้าพิจารณา ดัชนีเทียบกับส่วนสูง จะแปรความได้ว่าปกติ แต่ถ้าพิจารณาจากส่วนสูงเทียบกับน้ำหนักด้วย จะบอกว่าไม่ปกติ เนื่องจากเด็กรายนี้มีภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง รู้ได้จากการว่าตัวเตี้ยบอกภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง
      • Case ที่ 2 เด็กวัยรุ่นอยู่ในช่วง Growth Spurt คือ ส่วนสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าพิจารณาจากค่าดัชนีน้ำหนักเทียบกับอายุ จะปกติ ส่วนสูงเทียบกับอายุ จะสูงเกินเกณฑ์ แต่เมื่อเทียบระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูง รายนี้จะอยู่เกณฑ์ผอม รายนี้ถ้าเพิ่มอาหารก็จะทำให้สมส่วนขึ้น แต่ถ้ารับประทานอาหารเท่าเดิม เมื่อไปถึงระยะเวลาหนึ่ง การเพิ่มส่วนสูงก็จะเพิ่มน้อยลง ทำให้กลับมาสมส่วนได้เหมือนกัน
        การพิจารณาทั้ง 3 ดัชนี ร่วมกัน
           สรุปหลักการ 4 ข้อ ในการพิจารณาทั้ง 3 ดัชนี ร่วมกัน
        1. น้ำหนักเทียบกับอายุ บ่งบอกภาวะขาดสารอาหารในปััจจุบันหรืออดีตที่ไม่ไกลนัก
        2. ส่วนสูงเทียบกับอายุ บ่งบอก ภาวะขาดสารอาหารเรื้อรังหรือเป็นมานานแล้ว จนกระทบการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้ส่วนสูงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มช้า
        3. น้ำหนักเทียบกับส่วนสูง ถ้าพิจารณาดัชนีตัวเดียวจะไม่บอกอะไร บอกเพียงว่า น้ำหนัก สมส่วน อ้วน หรือผอม เมื่อเทียบกับส่วนสูงเท่านั้น จึงต้องพิจารณาควบคู่กับ ส่วนสูงเทียบกับอายุ
        4. การประเมินภาวะการเจริญเติบโต ให้ดูส่วนสูงเทียบกับอายุก่อนว่ามีภาวะขาดสารอาหารเรื้อรังหรือไม่ จากนั้นให้ไปดูน้ำหนักเทียบกับส่วนสูงเพื่อดูว่า สมส่วน อ้วน หรือผอม
        ในแต่ละสถานการณ์ควรที่จะใช้ดัชนีไหน ถึงจะเหมาะกว่า
        1. ทำโครงการเด็กอ้วน ควรใช้ดัชนี น้ำหนักเทียบกับส่วนสูงจะเหมาะที่สุด (ทั้งนี้ให้ระวังภาวะเด็กอ้วนเตี้ยด้วย เนื่องจากกลุ่มนี้ถ้าคุมอาหารอาจจะทำให้กระทบความสูง เนื่องจากเด็กยังสามารถที่จะยังสูงต่อได้ การคุมอาหารจะยิ่งกระทบสูง แต่ควรที่จะให้ออกกำลังกายประเภทที่รับน้ำหนักและเสริมอาหารประเภทแคลเซียม เพื่อให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้น)
        2. ทำโครงการเฝ้าระวังโภชนาการ จำเป็นต้องค้นหาหรือคัดกรองในรายที่เพิ่งเริ่มขาดอาหาร เพื่อนำมาให้โภชนศึกษาหรือให้การรักษา โครงการประเภทนี้ก็ควรใช้ดัชนีน้ำหนักเทียบกับอายุ
        3. ทำโครงการแก้ไขภาวะโภชนาการ ซึ่งมีงบประมาณจำกัด ต้องหากลุ่มที่มีปัญหามากมาทำการรักษาอย่างรีบด่วน เพราะความสูงจะสูงถึงอายุหนึ่งเท่านั้นและจะไม่สูงกว่านี้อีก จึงต้องรีบรักษาภาวะโภชนาการเพื่อให้สูงขึ้นได้ ถ้าเป็นกรณีนี้ก็ควรใช้ส่วนสูงเทียบกับอายุมาเป็นเกณฑ์ เพื่อลำดับความสำคัญของกลุ่มนี้มาทำการรักษาก่อน
     ความยุ่งยาก 4 ประการ ถ้าใช้ประเมินแบบ Manual
      1. นำน้ำหนัก ที่ชั่งได้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐานน้ำหนัก อายุ และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
      2. นำส่วนสูงที่วัดได้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐานส่วนสูงอายุ และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
      3. นำน้ำหนักที่วัดได้ไปเทียบกับกราฟมาตรฐาน น้ำหนัก ส่วนสูง และแปลผล (เสียเวลาเปิด)
      4. ที่ยุ่งยากที่สุดคือ การนำค่าดัชนีทั้ง 3 มาพิจารณารวมกัน
     โปรแกรม Kotchakorn จะลดความยุ่งยากได้อย่างไร
        โปรแกรมลดความยุ่งยากทั้ง 4 ข้อ โดยเมื่อ Key ข้อมูล เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง แล้วโปรแกรมจะทำหน้าที่ไปเปิดตารางแทนเรา แล้วประเมิน
        1. ประเมินน้ำหนักเทียบกับอายุ (Weight by Age) ว่า ตามเกณฑ์ หรือไม่ ถ้าไม่เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
        2. ประเมินส่วนสูงเทียบกับอายุ (Height by Age) ว่า ตามเกณฑ์ หรือไม่ ถ้าไม่เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
        3. ประเมินน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง (Weight by Height) ว่า สมส่วนหรือไม่ ถ้าไม่ เป็นแบบใด พร้อมข้อเสนอแนะ
        4. นำทั้ง 3 ดัชนี มาพิจารณาร่วมกันแล้วทำการประเมินภาพรวม พร้อมข้อเสนอแนะ
ดาวน์โหลดโปรแกรม Version Excel ที่นี่
Go to top